ศูนย์รักษาความสงบ ลั่นจะดำเนินการทุกทางให้สถานที่ราชการที่ถูกม็อบยึดกลับมาให้บริการปชช.ได้ คาด 3 ก.พ. ทุกแห่งเปิดปกติ เตือนภาคธุรกิจเลิกหนุนม็อบ ขณะที่ขอสื่องดตีข่าวยั่วยุ-ชี้นำ
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะกรรมการศูนย์รักษาความสงบ หรือ ศรส. ได้แถลงการณ์ผลการประชุมของศรส.ประจำวันนี้ (27 ม.ค.57)ว่า แนวทางการขอคืนพื้นที่ราชการให้สามารถกลับมาเปิดให้บริการตามปกติ จะเร่งเจรจาขอคืนพื้นที่จาก กปปส.ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันศุกร์ เป็นเวลา 5 วัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา
ทั้งนี้ หากการเจรจาเป็นไปด้วยดี สถานที่ราชการก็จะสามารถกลับมาให้บริการประชาชนได้ตามปกติ ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมกปปส.ไม่ยอมคืนพื้นที่ราชการให้ ทางศรส.ก็จะดำเนินการทุกวิถีทางให้สถานที่ราชการสามารถกลับมาเปิดให้บริการต่อประชาชนให้ตามปกติ โดยจะเริ่มต้น วันที่ 31ม.ค.นี้ และคาดว่า วันที่ 3 กุมภาพันธ์ นี้สถานที่ราชการทุกแห่งจะสามารถกลับมาให้บริการประชาชนได้ตามปกติ
ขณะที่ ศรส. ได้มีประกาศ 4 ฉบับ ได้แก่ 1.การให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเสียหายเดือดร้อน จากการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. โดยประชาชนสามารถ แสดงความจำนงได้ที่กองบังคับการตำรวจปราบปราม ถนนพหลโยธิน กทม. และสถานีตำรวจทั่วประเทศได้ตลอด 24 ชั่วโมง จากนั้นให้นำหลักฐานไปยื่นต่อคู่ค้าบริษัท เช่น ธนาคาร ห้างร้าน หรือบริษัทประกันภัย จะได้รับการผ่อนผันจากภาคธุรกิจนั้นๆ
2.ขอความร่วมมือภาคเอกชนให้ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยศรส.จะเสนอรัฐบาลให้การช่วยเหลือภาคเอกชนที่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลหลัง กปปส.ยุติการชุมนุม โดยจะพิจารณาตามระเบียบและกฎหมายที่สามารถทำได้
3.แจ้งเตือนภาคธุรกิจเอกชนที่สนับสนุนการกระทำความผิดของกลุ่มกปปส. ทั้งสนับสนุนเงินทุน ยานพาหนะ และที่พักพิง ให้ยุติการกระทำดังกล่าว ซึ่ง ศรส.ได้ทำหนังสือแจ้งเตือนไปยัง 30 บริษัทและบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยตรงแล้ว โดยให้ยุติการสนับสนุนการชุมนุมในทันที เนื่องจากพบว่าในระยะเวลา 2 เดือน บัญชีครัวราชดำเนินมีเงินหมุนเวียนกว่า 200 ล้านบาท นอกจากนี้ได้มอบหมายให้คณะกรรมการป้องกันและปราบกรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และดีเอสไอ สืบสวนสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับภาคธุรกิจที่ให้สนับสนุนการชุมนุมต่อไป
4.แจ้งเตือนไปยังสื่อมวลชน ให้งดนำเสนอการยั่วยุ ปลุกระดม ส่งเสริมให้มีการกระทำความผิด หรือชี้นำตามความเห็นของแกนนำ กปปส. ซึ่งถือว่าเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เบื้องต้นพบมีสื่อบางแขนงที่กระทำความผิด และจะทำหนังสือแจ้งเตือน
ทั้งนี้ ประกาศข้อบังคับ 4 ฉบับนี้ จะประกาศลงราชกิจนุเบกษาในช่วงเย็นวันนี้
นายธาริต กล่าวว่า ส่วนขั้นตอนการดำเนินคดีกับแกนนำ กปปส.นั้น ทางดีเอสไอและอัยการได้ดำเนินการขอหมายจับแกนนำชุดแรก จำนวน 16 คนแล้ว นำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ซึ่งคาดว่าเย็นวันนี้ศาลอาญาจะมีคำสั่งว่าจะอนุมัติหมายจับหรือไม่ เบื้องต้นทาง ศรส.ได้จัดเตรียมสถานที่ควบคุมตัวแกนนำ กปปส.ไว้แล้ว
พร้อมกันนี้ นายธาริต ยืนยันว่า ศรส.ไม่เคยมีมติ ข้อแนะนำ หรือข้อสั่งการเรียกดารานักแสดงที่ร่วมชุมนุมกับ กปปส.เข้ามาสอบสวนแต่อย่างใด